Price List FAQ Book Now
Page Top

skyberry

ใช้งานอินเตอร์เน็ตในต่างประเทศต้อง Skyberry

02-105-4568
contact application form

SWITZERLAND

เที่ยวฝรั่งเศส–สวิตเซอร์แลนด์–อิตาลี 10 วัน จัดทริปยังไงให้เที่ยวสนุกและไม่เหนื่อยเกินไป

ถ้ามีเวลาเที่ยวประมาณ 10 วัน และกำลังลังเลว่าจะเลือกประเทศไหนดีระหว่างฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี จริง ๆ แล้วทั้งสามประเทศสามารถจัดให้อยู่ในทริปเดียวกันได้ค่ะ

เส้นทางนี้เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเห็นยุโรปหลายบรรยากาศในครั้งเดียว เพราะเริ่มจากความคลาสสิกของ Paris แล้วค่อยเปลี่ยนวิวไปเป็นภูเขาและทะเลสาบของ Switzerland ก่อนจะจบทริปด้วยอาหาร สถาปัตยกรรม และบรรยากาศแบบอิตาลี

แต่สิ่งที่อยากแนะนำตั้งแต่แรกคือ อย่าพยายามใส่เมืองเยอะเกินไป

10 วันอาจดูเหมือนนาน แต่พอรวมวันเดินทาง ย้ายโรงแรม และเวลาที่ต้องลากกระเป๋าเข้าออกสถานีแล้ว เวลาที่ได้เที่ยวจริงจะน้อยกว่าที่คิดค่ะ

ถ้าเป็นทริปแรก ลองใช้ Route ง่าย ๆ แบบ

Paris → Lucerne → Interlaken → Milan → Lake Como

จะเดินทางต่อกันค่อนข้างเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องย้อน Route ไปมามากนัก

เริ่มต้นที่ Paris สัก 3 วัน

Paris เป็นเมืองที่เหมาะกับการเริ่มทริปมากค่ะ เพราะมีทั้งเที่ยวบินให้เลือกเยอะ ระบบขนส่งสะดวก และมีอะไรให้เที่ยวตั้งแต่เช้าจนค่ำ

วันแรกไม่ต้องรีบค่ะ ถ้าเพิ่งนั่งเครื่องบินมาไกล ลองเริ่มจากการเดินริมแม่น้ำ Seine แวะย่าน Latin Quarter หรือหาร้านอาหารใกล้ที่พักก่อนก็พอ

วันที่สองค่อยเก็บ Landmark ที่อยากเห็นจริง ๆ เช่น Eiffel Tower, Arc de Triomphe หรือพิพิธภัณฑ์ที่สนใจ

ส่วนอีกวันอยากให้ลองเว้นไว้สำหรับ “เดินเมือง” บ้างค่ะ เช่น Montmartre หรือเลือก Neighborhood ที่ชอบแล้วค่อย ๆ เดินหาคาเฟ่ ร้านขนม และร้านเล็กตามทาง

Paris เป็นเมืองที่บางครั้งสิ่งที่เราจำได้ดีที่สุดอาจไม่ใช่ Landmark แต่เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ หรือถนนที่บังเอิญเดินผ่านระหว่างทางก็ได้

จาก Paris เข้าสวิตเซอร์แลนด์

หลังจากเที่ยวเมืองใหญ่แล้ว เปลี่ยนบรรยากาศเข้าสวิตเซอร์แลนด์จะรู้สึกต่างทันทีค่ะ

ถ้าไม่อยากเสียเวลาเข้าออกสนามบิน สามารถใช้รถไฟความเร็วสูงจาก Paris เข้าฝั่ง Switzerland ได้ โดยมีเส้นทาง TGV Lyria เชื่อม Paris กับ Basel จากนั้นค่อยต่อรถไฟภายในประเทศไปยังเมืองที่ต้องการ

สำหรับทริปนี้ ฉันแนะนำให้เริ่มที่ Lucerne

Lucerne — เมืองที่เหมาะกับการลดความเร็วลงนิดหนึ่ง

หลังเดิน Paris มาสามวัน การมาถึง Lucerne แล้วเห็นทะเลสาบกับภูเขาอยู่ตรงหน้า จะเปลี่ยน Mood ของทริปได้ดีมากค่ะ

เมืองนี้ไม่จำเป็นต้องมี Checklist ยาวเลย

เดิน Old Town ดู Chapel Bridge แล้วค่อยไปนั่งริม Lake Lucerne หรือแวะร้านอาหาร ก็สามารถใช้เวลาหนึ่งวันได้แบบสบาย ๆ

ถ้ามีอีกวันและอากาศดี ค่อยเลือกขึ้นภูเขา เช่น Pilatus หรือ Rigi ก็ได้

ฉันแนะนำพักประมาณ 2 คืน เพราะจะไม่ต้องลากกระเป๋าไปเมืองใหม่ทันที และยังเผื่อสภาพอากาศบนภูเขาได้ด้วย

ต่อไป Interlaken — ให้ภูเขาเป็นพระเอกของทริป

จาก Lucerne สามารถนั่ง Luzern–Interlaken Express ไป Interlaken ได้ค่ะ

เส้นทางนี้เป็นหนึ่งในช่วงที่ไม่ต้องรู้สึกว่า “เสียเวลาไปกับการเดินทาง” เพราะระหว่างทางมีทั้งทะเลสาบ หมู่บ้าน และภูเขาให้ดูตลอด

พอถึง Interlaken อย่าเพิ่งคิดว่าจะต้องไป Jungfrau, Grindelwald และ Lauterbrunnen ให้ครบในวันเดียวค่ะ

เลือกสักหนึ่งพื้นที่เป็น Main Trip จะเที่ยวสนุกกว่า

เช่น วันหนึ่งไป Lauterbrunnen เดินหมู่บ้านและชมวิวหุบเขา อีกวันเลือก Grindelwald หรือใช้เวลาริม Lake Thun / Lake Brienz

ข้อดีของการพัก Interlaken สองคืนคือเรายังสามารถปรับแผนตาม Weather ได้ ถ้าวันแรกฟ้าปิดก็ไม่ต้องฝืนขึ้นภูเขา เปลี่ยนเป็นเที่ยวทะเลสาบก่อนแล้วค่อยสลับวันกันค่ะ

 

จากภูเขาลงอิตาลี จบทริปที่ Milan

หลังจากอยู่ท่ามกลางภูเขาหลายวัน การลงมา Italy จะเปลี่ยน Mood อีกครั้ง

Milan เหมาะกับการเป็นเมืองแรกในอิตาลีสำหรับ Route นี้ เพราะเชื่อมต่อกับ Switzerland ได้ค่อนข้างสะดวก และยังสามารถใช้เป็นฐานไป Lake Como ได้อีกด้วย

หลายคนคิดว่า Milan มีแต่ Shopping แต่จริง ๆ ถ้ามีเวลาสัก 1–2 วันก็เที่ยวได้สนุกค่ะ

เริ่มจาก Duomo แล้วเดินต่อบริเวณเมืองเก่า หาอาหารอิตาเลียนดี ๆ สักร้าน จากนั้นไม่ต้องจัดโปรแกรมต่อแน่นมาก เพราะช่วงท้ายทริปมักเป็นช่วงที่เริ่มเหนื่อยกันแล้ว

ลองให้ตัวเองมีเวลาเดินเล่น นั่งกาแฟ หรือ Shopping แบบไม่ต้องรีบก็ได้ค่ะ

 

 

Lake Como — ปิดท้ายทริปแบบช้า ๆ

ถ้ามีวันเหลืออีกหนึ่งวันจาก Milan ฉันแนะนำ Lake Como

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโรงแรมค่ะ สามารถไปแบบ Day Trip ได้

พอไปถึงแล้วไม่ต้องพยายามเก็บทุกเมืองรอบทะเลสาบ เลือกสักหนึ่งหรือสองจุด เช่น Como และ Bellagio แล้วใช้เวลานั่งเรือ เดินเล่น และกินมื้อกลางวันริมทะเลสาบ

หลังจากผ่าน Paris และ Switzerland ที่เดินค่อนข้างเยอะ วันแบบนี้จะกลายเป็นวันที่ช่วยให้ทริปสมดุลขึ้นมากค่ะ

ถ้ามี 10 วัน ลองแบ่งประมาณนี้

Day 1–3: Paris
Day 4–5: Lucerne
Day 6–7: Interlaken
Day 8–9: Milan
Day 10: Lake Como หรือเก็บไว้เป็น Flexible Day

ถ้ามีเวลา 12–14 วัน ค่อยเพิ่มเมืองอย่าง Venice จะดีกว่าพยายามยัดลงในทริป 10 วัน เพราะทุกครั้งที่เพิ่มเมือง หมายถึงต้องมีเวลา Check-out เดินทาง ฝากกระเป๋า และ Check-in เพิ่มด้วยค่ะ

 

เรื่องรถไฟที่ควรวางแผนไว้ก่อน

ทริปนี้ใช้รถไฟเป็นหลักได้ค่อนข้างสะดวก แต่ช่วงที่ข้ามประเทศควรเช็กและจองล่วงหน้าเมื่อวันเดินทางแน่นอนแล้ว

ส่วน Switzerland ค่อยพิจารณาว่าจะซื้อ Pass หรือซื้อตั๋วแยกเป็นเที่ยว เพราะความคุ้มขึ้นอยู่กับว่าเราขึ้นรถไฟและขึ้นภูเขาบ่อยแค่ไหน

อีกเรื่องที่อยากแนะนำคือ อย่าจัดเวลาเปลี่ยนขบวนกระชั้นเกินไป

การมีเวลาเผื่อสักหน่อยอาจดูเหมือนเสียเวลา แต่เวลาต้องลากกระเป๋า หา Platform หรือเจอขบวนก่อนหน้าล่าช้า จะรู้เลยว่าเวลาสำรองช่วยให้ทริปเครียดน้อยลงเยอะค่ะ

แล้วอินเทอร์เน็ตล่ะ?

ทริป 3 ประเทศแบบนี้ โทรศัพท์น่าจะเป็นของที่หยิบออกมาบ่อยที่สุดชิ้นหนึ่งค่ะ

ตั้งแต่เปิด Map ใน Paris เช็ก Platform รถไฟใน Switzerland ดู Weather ก่อนขึ้นภูเขา ไปจนถึงหาเวลาเรือที่ Lake Como

ถ้าเดินทางเป็นคู่หรือกลุ่มเพื่อน การใช้ Skyberry Pocket WiFi เป็นอินเทอร์เน็ตกลางของทริปก็เป็นอีกทางเลือกที่สะดวก เพราะไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ข้ามประเทศ และสามารถแชร์ให้หลายอุปกรณ์ใช้งานร่วมกันได้

ก่อนเดินทางแนะนำตรวจแพ็กเกจ France–Switzerland–Italy / Europe ล่าสุดของ Skyberry อีกครั้ง เลือกปริมาณ Data ให้เหมาะกับจำนวนวันและการใช้งานค่ะ

สรุป — เที่ยวยุโรป 3 ประเทศ ไม่จำเป็นต้องรีบ

ถ้ามองบนแผนที่ Paris, Switzerland และ Italy อาจดูเหมือนมีหลายเมืองที่ “น่าเพิ่มเข้าไปอีกนิด”

แต่สำหรับทริป 10 วัน ฉันอยากแนะนำให้หยุดไว้ประมาณนี้ก่อนค่ะ

ให้ Paris มีเวลาเป็น Paris
ให้ Switzerland มีเวลานั่งมองภูเขา
แล้วให้อิตาลีมีเวลาสำหรับอาหารดี ๆ และทะเลสาบสวย ๆ

บางทีทริปที่ประทับใจที่สุดไม่ได้เกิดจากการไปครบทุกเมือง แต่เกิดจากการที่เรา มีเวลาพอที่จะรู้สึกว่าได้อยู่ในเมืองนั้นจริง ๆ

ถ้าจัด Route ให้ต่อกันดี เผื่อเวลาระหว่างทาง และมีอินเทอร์เน็ตพร้อมสำหรับเช็กแผนหน้างาน ทริป ฝรั่งเศส–สวิตเซอร์แลนด์–อิตาลี ก็เป็นหนึ่งใน Route ยุโรปที่เที่ยวสนุกและเหมาะกับการไปครั้งแรกมากค่ะ