FRANCE
Faire la bise ธรรมเนียมการทักทายแบบฝรั่งเศสที่มากกว่าการจูบแก้ม
เมื่อพูดถึงวัฒนธรรมการทักทายของแต่ละประเทศ หลายคนอาจคุ้นเคยกับการไหว้ของไทย การจับมือแบบตะวันตก หรือการโค้งคำนับของญี่ปุ่น แต่ในประเทศฝรั่งเศส มีธรรมเนียมที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่เรียกว่า “Faire la bise” ซึ่งหมายถึงการจูบแก้มเพื่อทักทายหรือแสดงความคุ้นเคย แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่แท้จริงแล้ว “la bise” สะท้อนถึงวัฒนธรรม ความสัมพันธ์ และมารยาททางสังคมของชาวฝรั่งเศสได้อย่างลึกซึ้ง
ความหมายของ “Faire la bise”
คำว่า “faire la bise” ในภาษาฝรั่งเศส แปลตรงตัวได้ว่า “การทำจูบ” แต่ในบริบทของสังคม หมายถึงการเอาแก้มแตะกันพร้อมทำเสียงจุ๊บเบา ๆ โดยปกติจะไม่ได้เป็นการจูบจริง ๆ แต่เป็นการแสดงท่าทางเชิงสัญลักษณ์มากกว่า
การ “la bise” ไม่ได้มีความหมายเชิงโรแมนติกเสมอไป แต่เป็นรูปแบบหนึ่งของการทักทายที่ใช้ในหมู่เพื่อน ครอบครัว หรือคนรู้จัก และบางครั้งก็ใช้ในที่ทำงานด้วย ขึ้นอยู่กับบริบทและความสัมพันธ์

ต้นกำเนิดของธรรมเนียมนี้
ต้นกำเนิดของการจูบแก้มในยุโรปสามารถย้อนไปได้ถึงสมัยโบราณ ในยุคโรมัน การจูบถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความเคารพ ความไว้วางใจ และมิตรภาพ ต่อมาในยุคกลาง การจูบยังมีบทบาทในพิธีกรรมทางศาสนาและสังคม เช่น การจูบแหวนของพระ หรือการจูบเพื่อแสดงความภักดีต่อกษัตริย์
เมื่อเวลาผ่านไป ธรรมเนียมนี้ค่อย ๆ กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในหลายประเทศยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศสที่ยังคงรักษาและพัฒนาให้กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
วิธีการ “la bise” ที่ถูกต้อง
แม้จะดูเหมือนง่าย แต่การ “faire la bise” ก็มีรายละเอียดที่ควรรู้ เพื่อหลีกเลี่ยงความ awkward หรือเข้าใจผิด
เริ่มจากแก้มข้างไหน
โดยทั่วไปมักเริ่มจากแก้มขวา (ของตัวเอง) แต่ก็มีบางพื้นที่ที่เริ่มจากแก้มซ้าย ดังนั้นหากไม่แน่ใจ ให้สังเกตอีกฝ่ายเป็นหลัก
จำนวนครั้งของการจูบ
นี่คือสิ่งที่ทำให้หลายคนสับสน เพราะแต่ละภูมิภาคของฝรั่งเศสมีจำนวนครั้งไม่เท่ากัน เช่น
ปารีส: มัก 2 ครั้ง
บางพื้นที่ทางใต้: อาจ 3 หรือ 4 ครั้ง
เสียง “จุ๊บ”
แม้จะไม่ได้จูบจริง แต่การทำเสียงเล็กน้อยถือเป็นส่วนหนึ่งของธรรมเนียม

ท่าทาง
ไม่ควรกอดแน่นเกินไป และควรรักษาระยะที่เหมาะสม
ใช้ในสถานการณ์ไหนได้บ้าง
“Faire la bise” ใช้ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น:
ทักทายเพื่อนหรือคนรู้จัก
พบญาติพี่น้อง
เจอเพื่อนร่วมงาน (ในบางองค์กร)
งานสังคม เช่น งานเลี้ยง งานพบปะ
อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่เป็นทางการมาก เช่น การประชุมธุรกิจครั้งแรก มักใช้การจับมือแทน
ใครควร “la bise” กับใคร
แม้ว่าจะเป็นธรรมเนียมที่แพร่หลาย แต่ก็มี “กฎที่ไม่ได้เขียนไว้” เช่น:
ผู้หญิงมักทำ “la bise” กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

ผู้ชายมักทำ “la bise” กับผู้หญิง

ผู้ชายกับผู้ชาย บางครั้งอาจจับมือแทน ยกเว้นสนิทกันจริง ๆ

ในยุคปัจจุบัน กฎเหล่านี้เริ่มยืดหยุ่นมากขึ้น ขึ้นอยู่กับบุคลิกและบริบทของแต่ละคน
ความแตกต่างในแต่ละภูมิภาค
หนึ่งในความน่าสนใจของ “faire la bise” คือความหลากหลายของจำนวนครั้งในแต่ละพื้นที่ของฝรั่งเศส บางเมืองจูบ 2 ครั้ง บางเมือง 3 หรือ 4 ครั้ง และบางพื้นที่อาจมีรูปแบบเฉพาะตัว
มีเว็บไซต์และแผนที่ที่รวบรวมข้อมูลนี้ไว้ด้วยซ้ำ เพราะแม้แต่ชาวฝรั่งเศสเองก็ยังสับสนในบางครั้ง
“La bise” กับวัฒนธรรมโลก
การจูบแก้มไม่ได้มีแค่ในฝรั่งเศส แต่ยังพบในหลายประเทศ เช่น:
อิตาลี
สเปน
เบลเยียม
เนเธอร์แลนด์
บางประเทศในตะวันออกกลางและละตินอเมริกา
อย่างไรก็ตาม รูปแบบ รายละเอียด และความหมายอาจแตกต่างกันไป เช่น จำนวนครั้ง หรือความใกล้ชิดที่เหมาะสม
ผลกระทบจากยุคโควิด-19
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ธรรมเนียม “faire la bise” ถูกลดบทบาทลงอย่างมาก เนื่องจากเป็นการสัมผัสใกล้ชิด หลายคนหันไปใช้การโบกมือ การพยักหน้า หรือแตะศอกแทน
แม้หลังจากสถานการณ์ดีขึ้น บางคนก็ยังรู้สึกลังเลที่จะกลับไปใช้ “la bise” เหมือนเดิม ทำให้เกิดคำถามว่า ธรรมเนียมนี้จะยังคงอยู่หรือไม่ในอนาคต
มุมมองของคนฝรั่งเศสต่อ “la bise”
สำหรับชาวฝรั่งเศส “la bise” ไม่ใช่แค่การทักทาย แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นกันเอง ความอบอุ่น และการเชื่อมโยงทางสังคม
บางคนอาจมองว่าเป็นสิ่งที่น่ารักและช่วยสร้างความใกล้ชิด แต่บางคนก็อาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่ารำคาญ โดยเฉพาะเมื่อต้องทำกับคนจำนวนมากในวันเดียว
คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว
หากคุณมีโอกาสไปฝรั่งเศส การเข้าใจ “faire la bise” จะช่วยให้คุณปรับตัวได้ดีขึ้น:
สังเกตคนท้องถิ่นก่อนทำ
หากไม่มั่นใจ การจับมือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย
ไม่ต้องกังวลหากทำผิดเล็กน้อย ชาวฝรั่งเศสมักเข้าใจ
หากคุณมีโอกาสไปฝรั่งเศส การเข้าใจ “faire la bise” จะช่วยให้คุณปรับตัวได้ดีขึ้น…
และแน่นอนว่า การมีอินเทอร์เน็ตใช้งานตลอดทริปก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะใช้เปิดดูมารยาทท้องถิ่น แปลภาษา หรือค้นหาข้อมูลต่าง ๆ แนะนำ Skyberry Pocket WiFi และ TRAVeSIM ที่ช่วยให้คุณออนไลน์ได้ทันทีตั้งแต่ลงเครื่อง ใช้งานสะดวก ครอบคลุมทั่วฝรั่งเศสและยุโรป ทำให้การเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ เป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก
บทสรุป
“Faire la bise” เป็นมากกว่าการจูบแก้มธรรมดา แต่เป็นภาพสะท้อนของวัฒนธรรม ความสัมพันธ์ และวิถีชีวิตของชาวฝรั่งเศส แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่กลับมีรายละเอียดและความหมายที่ลึกซึ้ง
ในโลกที่การสื่อสารเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธรรมเนียมนี้ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมนุษย์ ความใกล้ชิด และความอบอุ่นที่ยากจะทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยี
หากคุณได้ลองสัมผัส “la bise” ด้วยตัวเองสักครั้ง คุณอาจจะเข้าใจว่า ทำไมธรรมเนียมเล็ก ๆ นี้ถึงยังคงมีเสน่ห์และอยู่คู่กับสังคมฝรั่งเศสมายาวนานจนถึงทุกวันนี้
อ้างอิง










